Categories
สาระน่ารู้เกี่ยวกับแมว

แมวข่วนโซฟา ปัญหาที่ทำให้ทาสหลายคนใจสลาย 

การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงนั้นแน่นอนว่าคนเลี้ยงสัตว์ย่อมทำใจมาในระดับหนึ่งแล้วว่าข้าวของภายในบ้านจะได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงมันก็ทำให้เรารู้สึกใจสลายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นกว่าจะซื้อมาได้ต้องอาศัยน้ำพักน้ำแรงในการทำงานตั้งเท่าไหร่ ยิ่งเป็นโซฟาที่ในปัจจุบันราคาพุ่งสูงขึ้นแตะหลักหมื่นเรายิ่งอยากจะรักษาให้มันอยู่คู่บ้านของเราไปนานๆ แต่ แมวข่วนโซฟา จนพังเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นเป็นพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขาและอาจจะเกิดจากความซุกซนเฉพาะตัว แต่มันก็มีสาเหตุและวิธีการแก้ไขเช่นเดียวกัน จะเป็นอย่างไรไปดูกันเลย 

แมวข่วนโซฟา

รวมวิธีการป้องกันอย่างไรไม่ให้ แมวข่วนโซฟา จนพัง 

  • หาที่ลับเล็บให้พวกเขา วิธีการแก้ปัญหาแมวข่วนโซฟาที่ดีที่สุดก็คือการหาที่ลับเล็บให้กับพวกเขาโดยเฉพาะ อย่างเช่นเสาลับเล็บหรือเตียงลับเล็บเป็นต้น ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงรวมไปถึงบนอินเทอร์เน็ต หรือหากคุณไม่ต้องการเสียเงินก็สามารถใช้ฟองน้ำหรือเชือกป่านพันบริเวณขาโต๊ะหรือขาโซฟาเพื่อป้องกันแมวซนไม่ให้มาทำลายเฟอร์นิเจอร์ของเราก็ได้เช่นเดียวกัน 
แมวข่วนโซฟา
  • ทำโทษและให้รางวัล หากเราจัดเตรียมอุปกรณ์ลับเล็บให้กับพวกเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่พวกเขาก็ยังคงปีนมาขนโซฟาของเราอยู่ดี วิธีการที่จะช่วยให้พวกเขาเรียนรู้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมก็คือการทำโทษอย่างเช่นการใช้ฟ๊อกกี้ฉีดน้ำพ่นใส่พวกเขาเมื่อพวกเขาปีนขึ้นโซฟาเพื่อลับเล็บ เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาลับเล็บถูกที่เราก็ให้รางวัลเพื่อให้พวกเขาเกิดการเรียนรู้ว่าพวกเขาควรลับเล็บบริเวณไหนในบ้านบ้าง 
แมวข่วนโซฟา
  • ใช้สมุนไพรช่วย สมุนไพรที่มีกลิ่นฉุนอย่างเช่นใบมะกรูดหรือต้นตะไคร้นั้นสามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เพียงแค่นำเอาผ้าชุบน้ำที่มีกลิ่นสมุนไพรเหล่านี้ไปเช็ดบริเวณเฟอร์นิเจอร์ที่แมวมักจะมาข่วนอยู่เสมอ หรือจะเอาน้ำสเปรย์สมุนไพรพ่นก็ได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากแมวไม่ชอบกลิ่นของสมุนไพร พวกเขาจะไม่เข้าใกล้บริเวณที่มีกลิ่นดังกล่าว 
  • ทำให้โซฟาไม่น่าเย้ายวนใจ หากวิธีที่ว่ามาไม่ได้ผลสิ่งที่ต้องทำต่อมาก็คือการทำให้โซฟาไม่ใช่สิ่งที่น่าเย้ายวนใจในการขึ้นไปลับเล็บสำหรับพวกเขาอีกต่อไป อย่างเช่นการนำเอาเปลือกส้มไปวางบริเวณที่พวกเขาชอบข่วน เนื่องจากพวกเขาไม่ชอบกลิ่นของผลไม้รสเปรี้ยว หรือการนำเอาสำลีชุบกลิ่นที่พวกเขาไม่ชอบอย่างเช่นเมนทอลหรือน้ำหอมไปวางบริเวณโซฟาเป็นต้น 

รวมสาเหตุที่ทำให้แมวมักข่วนโซฟาอยู่เสมอ 

แมวข่วนโซฟา

การที่แมวข่วนโซฟาไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเป็นแมวซนหรือต้องการจะทำลายข้าวของแต่อย่างใด มันเป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่พวกเขาเพียงแค่ต้องการจะทำเครื่องหมายว่าบริเวณตรงนี้เป็นอาณาเขตของพวกเขาเพื่อไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง มันเป็นธรรมชาติของสัตว์นักล่าที่จำเป็นจะต้องทำให้เล็บของตนเองคมอยู่เสมอ พวกเขาจึงคิดว่าเราซื้อโซฟามาให้พวกเขาลับเล็บนั่นเอง และสุดท้ายก็คือมันเป็นการออกกำลังกายและการเล่นที่ช่วยยืดกล้ามเนื้อของพวกเขาได้เป็นอย่างดี บางทีมันก็สนุกจนพวกเขาไม่สามารถห้ามใจตัวเองได้อยู่ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สายพันธ์แมว

ปีเตอร์บัลด์ แมวสุดน่ารักที่เหมาะสำหรับคนเป็นโรคภูมิแพ้ 

วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับแมว ปีเตอร์บัลด์ ก่อนอื่นเลยมีคนจำนวนมากที่ชื่นชอบแมวไม่ว่าจะเป็นนิสัยหรือพฤติกรรมของมันก็ตาม แต่น่าเสียดายที่มีคนเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกันที่ไม่สามารถเลี้ยงแมวได้จากการเป็นโรคภูมิแพ้ บางคนแพ้หนักถึงขั้นที่เอาเข้าโรงพยาบาลเลยก็มีหากสัมผัสกับขนสัตว์

ปีเตอร์บัลด์

แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไร้ความหวังในการเลี้ยงแมวเสียทีเดียว เพราะแมวที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้อย่างปีเตอร์บัลด์ เป็นแมวที่ไม่มีขนแต่อย่างใด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็สามารถเลี้ยงได้เช่นเดียวกัน 

ทำความรู้จักกับแมวสายพันธุ์ ปีเตอร์บัลด์ PETERBALD

ปีเตอร์บัลด์

ปีเตอร์บัลด์เป็นแมวไร้ขนที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดปานกลางโดยมีความสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตรหากวัดจากบริเวณหัวไหล่ น้ำหนักสูงสุดนั้นไม่ควรเกิน 6 กิโลกรัม อายุไขโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 15 ปีหรืออาจอายุยืนกว่านั้นได้หากเราสามารถดูแลพวกเขาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม พวกเขามีทั้งแบบไม่มีขนเลยและแบบขนสั้น

ปีเตอร์บัลด์

ดังนั้นหากเราต้องการเลี้ยงพวกเขาแล้วเป็นโรคภูมิแพ้จึงควรเลือกแบบที่ไม่มีขนไปเลยก็จะช่วยป้องกันการเกิดอาการภูมิแพ้ได้มากที่สุด พวกเขาเป็นแมวที่มีความฉลาดในระดับปานกลางทำให้เราสามารถฝึกฝนพวกเขาได้ในระดับหนึ่ง ลักษณะที่โดดเด่นมากที่สุดสำหรับพวกเขาก็คือการที่พวกเขาไม่ได้มีขนตามตัวแต่มีสีสันมากมายไม่ว่าจะเป็นสีดำ สีขาว สีเทา สีลาเวนเดอร์ สีส้ม

ปีเตอร์บัลด์

ทั้งแบบไม่มีลาย มีแบบลาย 2 สี ลายแต้มสี และลายแท็บบี้ ดวงตาของพวกเขามีตั้งแต่สีเหลือง สีฟ้า ไปจนถึงสีเขียว ลักษณะภายนอกนั้นจะใกล้เคียงกับแมวสายพันธุ์สฟิงซ์ แต่พวกเขาจะมีใบหูขนาดใหญ่และกว้าง หัวเป็นทรงสามเหลี่ยม ดวงตารูปทรงเมล็ดอัลมอน หางเล็กและเรียวยาว ผิวหนังตามตัวจะย่นบริเวณเฉพาะจุดอย่างเช่นกลางหลังหรือหน้าท้อง

ปีเตอร์บัลด์

เป็นแมวสายพันธุ์ใหม่ที่มีต้นกำเนิดมาจากในเมืองเซนต์ปีเตอร์เบิร์กของประเทศรัสเซียในช่วงปี 1994 ที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาแนวสายพันธุ์ใหม่และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนั้น ปัจจุบันได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการทั้งจาก TICA และ AMERICAN CAT FINANCER ASSOCIATION เป็นที่เรียบร้อย 

นิสัยและวิธีการดูแลแมวสายพันธุ์ PETERBALD

ปีเตอร์บัลด์

ปีเตอร์บัลด์เป็นแมวไร้ขนก็จริงแต่พวกเขาก็ต้องการการดูแลในระดับปานกลางเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการดูแลความสะอาดด้วยการนำเอาผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดตามตัวพวกเขาอยู่เสมอ หรือจะจับพวกเขาอาบน้ำก็ได้เช่นเดียวกัน พวกเขาต้องการการออกกำลังกายวันละ 30 นาทีเพื่อให้ได้ใช้พลังงานและคลายกล้ามเนื้อ เป็นการลดความเครียดได้อย่างยอดเยี่ยม

ปีเตอร์บัลด์

พวกเขานั้นมีโอกาสเป็นลมแดดค่อนข้างน้อยแต่เพราะประเทศไทยร้อนเป็นอย่างมากจึงยังคงมีโอกาสที่จะเป็น เราจึงควรเตรียมน้ำให้พวกเขาอย่างเพียงพอและเลี้ยงพวกเขาในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท ต้องคอยควบคุมให้พวกเขามีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อลดโอกาสในการเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตามมา พวกเขาเป็นแมวที่เหมาะสำหรับเลี้ยงแก้เหงาเป็นอย่างดีเนื่องจากรักเจ้าของและคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก มักจะเดินตามติดเจ้าของไปไหนมาไหนอยู่เสมอ เป็นแมวที่อ่อนโยนและเป็นกันเอง เป็นมิตรกับสัตว์และคนแปลกหน้า ทั้งขี้เล่นและมีชีวิตชีวาอีกด้วย แต่พวกเขาไม่ชอบการอยู่คนเดียวนานๆ แต่อย่างใด 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สุขภาพ

ดูแลลูกแมว อย่างไรให้ห่างไกลจากโรคผิวหนัง 

ลูกแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักน่าทะนุถนอมเป็นอย่างมาก หากใครมีโอกาสที่ได้เลี้ยงดูพวกเขาก็คงจะตกหลุมรักได้ไม่ยากเย็น สิ่งที่คนเลี้ยงแมวอย่างพวกเราต้องการมากที่สุดไม่มีอะไรไปมากกว่าการ ดูแลลูกแมว ให้พวกเขานั้นจะมีสุขภาพร่างกายที่ดี มีความร่าเริงแจ่มใสตามฉบับแมวทั่วไป

ดูแลลูกแมว

แต่อย่างไรก็ตามการดูแลลูกแมวนั้นจำเป็นที่จะต้องใส่ใจอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะพวกเขาเพิ่งลืมตามาดูโลกได้ไม่นานทำให้ยังมีร่างกายที่อ่อนแอและเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากมายโดยเฉพาะโรคผิวหนัง เราจึงจะพาทุกคนมาดูกันว่ามีโรคผิวหนังอะไรบ้างที่สามารถเกิดขึ้นได้กับพวกเขาและเราจะมีวิธีการดูแลพวกเขาอย่างไร 

ดูแลลูกแมว รวมโรคผิวหนังที่ลูกแมวมีโอกาสเสี่ยงสูง 

ดูแลลูกแมว
  • โรคเชื้อรา หากคุณดูแลลูกแมวไม่ดีพอสิ่งที่จะตามมาเป็นอันดับแรกเลยก็คือเชื้อรานั่นเอง มันเป็นโรคที่อันตรายแถมยังรักษาให้หายยากเย็นอีกต่างหาก สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับลูกแมวของคุณก็คือผลจะร่วงออกมาเป็นวง มีอาการผิวหนังแดงอักเสบและตกสะเก็ด หากผิวหนังถูกทำลายไปมากก็อาจจะเกิดอาการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมา การดูแลนอกจากจะต้องทายาหรือกินยาตามที่หมอสั่งแล้วเรายังต้องดูแลความสะอาดให้ดีอีกด้วย เพราะมันเป็นโรคที่สามารถติดมาสู่มนุษย์ได้ 
ดูแลลูกแมว
  • ปรสิตภายนอก สุขภาพแมวจะไม่ดีอย่างแน่นอนหากพวกเขามีปรสิตมาเกาะตามตัว โดยปรสิตภายนอกนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบนั่นก็คือเห็นได้ด้วยตาเปล่าไม่ว่าจะเป็นเห็บหรือหมัด เราต้องกำจัดให้หมด ดูแลความสะอาดพวกเขาให้ดี อาจจะต้องมีการหยอดยาป้องกันเห็บหมัดให้กับพวกเขาอยู่เป็นประจำ และแบบที่ต้องส่องกล้องอย่างเช่นพวกไรขี้เรื้อนหรือไรในหู ปรสิตเหล่านี้เราจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัดเพราะมันอาจจะทำให้พวกเขาถึงขั้นพิการได้เลยทีเดียว
ดูแลลูกแมว
  • ติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อย สังเกตเห็นได้ชัดว่าพวกเขาจะมีอาการคัน บนผิวหนังมีสีแดงและเป็นตุ่มหนอง อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนได้ สาเหตุที่พบบ่อยมักเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันลดลง และมักจะเกิดขึ้นกับแมวที่ชอบอยู่ในบริเวณที่ชื้นหรือเปียก 

เปิดวิธีการสังเกตและดูแลป้องกันโรคผิวหนังให้แมว

ดูแลลูกแมว

เวลาที่เราดูแลลูกแมวเราก็ไม่อยากให้พวกเขาป่วยเป็นอะไรโดยเฉพาะโรคผิวหนัง ดังนั้นเราจึงต้องดูแลและป้องกันการเกิดโรคดังกล่าวให้พวกเขามีสุขภาพแมวที่ดี สิ่งที่เราต้องทำเป็นประจำก็คือตรวจสอบสุขภาพผิวหนังของพวกเขาด้วยตาเปล่าอยู่เสมอ โดยจะต้องดูเส้นขน ผิวหนัง เล็บ และใบหู

เมื่อลูกไปตามลำตัวพวกเขาแล้วขนจะต้องนุ่มไม่ร่วงติดมือออกมา แหวกขนไปถึงผิวหนังจะต้องไม่พบปรสิต ตุ่มแดง สะเก็ดรังแค หรือตุ่มหนอง ดูบริเวณใต้ลำคอ ขาหนีบ รักแร้ว่ามีรอยแดงหรือไม่ เปิดหูพวกเขาทั้งสองข้างดูว่าสะอาดดีหรือไม่หรือมีอะไรเปลี่ยนชื้นอยู่ข้างใน รวมไปถึงอุ้งเท้าที่บริเวณโคนเล็บจะต้องสะอาด หากเราเจอสิ่งผิดปกติก็ต้องรีบพาพวกเขาไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สาระน่ารู้เกี่ยวกับแมว

แมว 9 ชีวิต ความเชื่อที่ไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด 

สุภาษิตไทยนั้นมีการพูดถึงแมวมากมายอย่างเช่นแมวไม่อยู่หนูร่าเริง หรืออย่างที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้นั่นก็คือ แมว 9 ชีวิต นั่นเอง นั่นก็เป็นเพราะว่าแมวนั้นมักทำกิจกรรมโลดโผนเสี่ยงตายอยู่เสมอ แต่พวกเขากลับไม่ตายสักทีไม่ว่าจะผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมามากแค่ไหนก็ตาม จนกลายเป็นความเชื่อทั่วทั้งโลกว่าพวกเขานั้นอาจจะมี LIFE POINT ถึง 9 ครั้งก็เป็นได้

แมว 9 ชีวิต

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าร่างกายของพวกเขานั้นได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษที่ทำให้ไม่ว่าพวกเขาจะผ่านเรื่องเสียงตายมากี่ครั้งก็มักจะเอาชีวิตรอดได้อยู่เสมอ ความลับดังกล่าวนั้นคืออะไรวันนี้เราจะพาทุกคนไปดูกัน 

ไขความลับ เพราะเหตุใดคนจึงเชื่อว่า แมว 9 ชีวิต 

คำว่าแมว 9ชีวิตนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่คำที่เกินจริงสักเท่าไหร่ ยิ่งใครเคยเลี้ยงแมวระบบเปิดมาก่อนยิ่งเข้าใจดีเลยว่าเพราะเหตุใดคนจึงคิดว่าพวกเขามี 9 ชีวิตนั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขามักจะทำกิจกรรมเสี่ยงตายอยู่เสมอแต่ก็ไม่เห็นว่าพวกเขาจะตายสักทีจนกลายเป็นคำเปรียบเปรยที่ถูกใช้กันทั่วทั้งโลกในปัจจุบัน

แมว 9 ชีวิต

แต่ความจริงแล้วประเด็นดังกล่าวนั้นสามารถอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้เช่นเดียวกันว่าเพราะเหตุใดไม่ว่าแมวตกจากที่สูงแค่ไหนก็ตามก็ไม่เป็นไร สาเหตุดังกล่าวนั้นสามารถอธิบายได้จากลักษณะโครงสร้างร่างกายของเขาที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษแบบที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้ นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขานั้นมีความสามารถในการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมอย่างน่าเหลือเชื่อแถมยังสามารถกลับตัวกลางอากาศได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกต่างหาก

แมว 9 ชีวิต

ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาสูญเสียการทรงตัวแล้วพลัดตกลงมาบนที่สูง พวกเขานั้นจึงสามารถพลิกตัวให้เท้าลงถึงพื้นได้อยู่เสมอ เมื่อพวกเขาพลัดตกจากที่สูงเมื่อไหร่ เมื่อนั้นสัญชาตญาณในการกลับตัวกลางอากาศก็จะทำงานอย่างรวดเร็วในช่วงพริบตาแบบทันที ใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นพวกเขาก็สามารถควบคุมร่างกายของตนเองให้ได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดจากการพลัดตกจากที่สูงได้

แมว 9 ชีวิต

ความสามารถดังกล่าวนั้นไม่ได้มาจากสัญชาตญาณแต่เป็นอวัยวะพิเศษของพวกเขาที่มีชื่อว่า VESTIBULAR APPARATUS มันเป็นอวัยวะที่อยู่ภายในหูชั้นในที่ทำหน้าที่ในการปรับความสมดุลในการทรงตัวรวมไปถึงการกลับตัวของพวกเขา หลังจากที่พวกเขากลับตัวกลางอากาศและเอาเท้าลงพื้นได้สำเร็จ ขาทั้งสีข้างของพวกเขาก็จะกลายเป็นสปริงทำหน้าที่ในการลดแรงกระแทกได้อีกด้วย 

แมวมี 9 ชีวิตหรือไม่หากตกจากตึกสูง

แมว 9 ชีวิต

การที่แมว9 ชีวิตเป็นแมวตกจากที่สูงแล้วไม่ตายนั้นไม่ได้หมายความว่าการที่พวกเขาพลัดตกจากตึกสูงจะไม่เป็นไรแต่อย่างใด คำถามดังกล่าวนั้นถูกตอบโดยนักวิจัยที่ศึกษาว่าแมวสามารถพลัดตกจากตึกสูงได้กี่ชั้นจึงจะปลอดภัย โดยศึกษาน้องแมวที่พลัดตกจากที่สูงว่ากี่ชั้นถึงจะตาย โดยศึกษาตั้งแต่แมวที่พลัดตกจากตึกความสูงแค่ 2 ชั้นไปจนถึง 32 ชั้น

แมว 9 ชีวิต

จากผลการศึกษาพบว่าแมวที่ตกลงมาจากชั้น 4 จนถึงชั้น 9 นั้นจะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บรวมไปถึงเสียชีวิตสูงที่สุด ไม่ใช่แมวที่ตกตั้งแต่ชั้น 2 จนถึงชั้น 3 รวมไปถึงแมวที่ตกจากที่สูงอย่างชั้น 32 เพราะยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งมีแรงต้านอากาศและเวลามากพอให้พวกเขาสามารถจัดระเบียบร่างกายเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกได้มากขึ้นกว่าเดิม ถึงจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่เสียชีวิตนั่นเอง 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สายพันธ์แมว

ชาร์เทอร์ แมวรัสเซียนบลูเวอร์ชั่นที่อ้วนตุ๊บตั๊บขึ้นกว่าเดิม 

แมวขนสีเทาที่ดูโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มากที่สุดจนสามารถจดจำได้เพียงแค่เห็นครั้งแรกก็คงจะหนีไม่พ้นแมวสายพันธุ์รัสเซียนบลูอย่างแน่นอน มันจึงไม่น่าแปลกใจหากหลายคนจะเข้าใจผิดว่าแมวที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้อย่าง ชาร์เทอร์

ชาร์เทอร์

เป็นสายพันธุ์รัสเซียนบลูที่เป็นที่รู้จักมากกว่า เพราะลักษณะภายนอกของพวกเขานั้นใกล้เคียงกันไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าสายพันธุ์ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้จะมีความอ้วนตุ๊บตั๊บมากกว่า พวกเขาน่าเลี้ยงมากแค่ไหน วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับพวกเขาให้มากขึ้นกัน 

ทำความรู้จักกับแมวสายพันธุ์ ชาร์เทอร์ CHARTREUX 

ชาร์เทอร์

ชาร์เทอร์เป็นแมวขนสั้นที่ลักษณะภายนอกของเขานั้นมีความใกล้เคียงกับแมวสายพันธุ์รัสเซียนบลูไม่น้อยเลยทีเดียวจนมักจะถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอ แต่ความเป็นจริงแล้วพวกเขาค่อนข้างแตกต่างจากแมวสายพันธุ์ดังกล่าวแถมยังได้รับการขึ้นทะเบียนกับองค์การ CFA รวมไปถึง TICA อย่างเป็นทางการอีกด้วย

ชาร์เทอร์

พวกเขานั้นเป็นแมวขนาดใหญ่ที่น้ำหนักเฉลี่ยของทั้งตัวผู้และตัวเมียจะเท่ากันนั่นก็คือประมาณ 12 ปอนด์เมื่อโตเต็มวัยแล้ว ลักษณะของพวกเขาจะดูปุกปุยและอ้วนตุ๊บตั๊บเป็นพิเศษจนทำให้พวกเขาดูน่ารักน่ากอดเป็นอย่างมาก พวกเขาจะมีขนเป็นสีน้ำเงินซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่มีสีหรือลวดลายอื่นผสมแต่อย่างใด ดวงตาของพวกเขาจะมี 3 สีประกอบไปด้วยสีส้ม สีทอง และสีทองแดง

ชาร์เทอร์

อายุขัยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 13 ปี มีแนวโน้มการผลัดขนในระดับปานกลางดังนั้นเราจึงต้องดูแลเอาใจใส่พวกเขาให้ดีไม่ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดหรือแม้แต่การดูแลสุขภาพขนของพวกเขา อย่างเช่นการให้อาหารที่เหมาะสมหรือการแปรงขนอยู่เป็นประจำ ด้วยความที่พวกเขาเป็นแมวขนาดใหญ่ดังนั้นจึงมีกระดูกและกล้ามเนื้อที่ใหญ่เป็นอย่าง รูปร่างจึงออกมาอ้วนกลม

ชาร์เทอร์

ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจที่ว่าทำไมพวกเขาจึงเป็นแมวที่มีพลังงานสูงเป็นอย่างมาก เนื่องจากร่างกายทุกส่วนของพวกเขานั้นได้รับการพัฒนามาอย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นคอที่หนา อกกว้าง กรามก็แข็งแรง ปากก็มีลักษณ์ขณะที่กำลังดี ขาทั้งหนาและมีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก นั่นก็เป็นเพราะว่าในอดีตพวกเขาถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อเป็นศาสตร์สำหรับการไล่สัตว์อย่างหนูออกจากบ้านหรือฟาร์มนั่นเอง ถึงพวกเขาจะขนสั้นแต่ก็หนาและแน่นเป็นอย่างมาก ในช่วงฤดูหนาวจะยิ่งหนาและแน่นมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

นิสัยและวิธีการดูแลแมวสายพันธุ์ CHARTREUX

ชาร์เทอร์เป็นแมวขนสั้นที่ทั้งสุขุม เรียบง่าย และมีความจงรักภักดี ชอบที่จะได้มีส่วนร่วมกับคนในครอบครัว เป็นแมวขี้เล่นแต่ก็ไม่ได้ต้องการการเอาใจใส่ถึงขนาดนั้น หากพวกเขาต้องการจะเล่นกับใครพวกเขาจะเข้าหาด้วยตัวเอง เป็นแมวที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงคลายเหงาเป็นอย่างดี

ชาร์เทอร์

ส่วนการดูแลนั้นนอกจากจะต้องดูเรื่องสุขภาพขนแล้วยังต้องคอยดูแลโภชนาการอย่างเข้มงวด เนื่องจากพวกเขามีกล้ามเนื้อและกระดูกที่หนา เราจึงต้องทำให้มั่นใจว่าพวกเขานั้นจะมีน้ำหนักอยู่ในระดับที่กำลังดี ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป ควรที่จะมีของเล่นหรือของให้พวกเขาได้ออกกำลังกายเนื่องจากพวกเขานั้นชื่นชอบการไล่ล่าซึ่งเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่ในอดีต 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สาระน่ารู้เกี่ยวกับแมว

แมวตัวเมียสามารถ ทำ หมันแมว ได้หรือไม่ ตอบข้อสงสัยสำหรับคนเลี้ยงแมว 

ปกติแล้วหากพูดถึงการ ทำ หมันแมว เราอาจจะนึกถึงแมวตัวผู้เนื่องจากพวกเขามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเด็กสู่วัยผสมพันธุ์ แต่สำหรับแมวตัวเมียแล้วพฤติกรรมเดียวที่จะเปลี่ยนไปสำหรับพวกเขาก็คืออาการหง่าวนั่นก็คือร้องส่งเสียงดังจนทำให้แมวหนุ่มข้างบ้านหันมาให้ความสนใจและมาที่บ้านเราไม่หยุดหย่อน

ทำ หมันแมว

ในความเป็นจริงแล้วมันอาจจะไม่ได้ทรมานอะไรสำหรับแมว แต่สำหรับคนเลี้ยงแล้วเราก็อดเป็นห่วงไม่ได้แถมยังส่งเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้านอีกด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วแมวตัวเมียก็สามารถทำหมันได้เช่นเดียวกัน และเราจะพาทุกคนไปดูกันว่าการทำหมันให้กับแมวตัวเมียนั้นเป็นอย่างไรและทำไมเราจึงควรทำ

การ ทำ หมันแมว ตัวเมียคืออะไรและสาเหตุที่เราควรพาแมวตัวเมียไปทำหมัน 

ทำ หมันแมว

การทำหมันแมวตัวเมียนั้นนับเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพแมวตัวเมียโดยเฉพาะ เป็นการคุมกำเนิดที่ยอดเยี่ยมหากคุณต้องการจะเลี้ยงแมวแค่ตัวเดียวหรือ 2 ตัว โดยเป็นแมวต่างเพศกัน คุณจะได้สามารถเลี้ยงแมวได้อย่างสบายใจว่าพวกเขาจะไม่ผสมพันธุ์จนมีลูกแมวออกมาเป็นจำนวนมากในภายหลัง

ทำ หมันแมว

โดยสัตวแพทย์นั้นจะทำการพิจารณาในการตัดรังไข่ออกไป วิธีการทำหมันนั้นมีหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดช่องท้องซึ่งเป็นวิธีที่นิยมและเป็นแบบดั้งเดิม สัตวแพทย์จะวางยาสลบแมวแล้วเปิดแผลบริเวณหน้าท้องเพื่อตัดรังไข่และมดลูกออกมาจากนั้นก็ทำการปิดแผล ค่าใช้จ่ายไม่แพงจนเกินไปแต่ข้อเสียก็คือแผลจะมีขนาดใหญ่

ทำ หมันแมว

อีกรูปแบบเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้องเพื่อให้มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กลง สัตวแพทย์จะทำการเจาะช่องท้องเป็นรูขนาดเล็กจำนวน 2 รู จากนั้นทำการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปเพื่อให้มองเห็นอวัยวะภายใน นำเอาเครื่องมือไปตัดมดลูกและรังไข่ จากนั้นเย็บปิดแผล ข้อดีคือแผนเล็กและสามารถดูแลได้ง่าย เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิมแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

ทำ หมันแมว

ส่วนสาเหตุที่เราควรทำหมันให้กับแมวตัวเมียนั้นมีมากมายหลายประการไม่ว่าจะเป็นรกอาจการเกิดโลกในอนาคตไม่ว่าจะเป็นเนื้องอก มดลูกอักเสบ มะเร็งเต้านม คลอดยาก ช่วยปรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างเช่นการก้าวร้าว ร้องเสียงดัง แถมยังช่วยลดการหนีออกจากบ้านได้อีกด้วย 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำหมันให้แมวตัวเมียให้พร้อมเข้ารับการผ่าตัด 

ทำ หมันแมว

ก่อนพาแมวตัวเมียไปทำหมันแมวเพื่อดูแลสุขภาพแมวในระยะยาว คนเลี้ยงต้องเตรียมตัวให้ดีไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายและความเสี่ยงในการผ่าตัดได้ ขั้นตอนแรกคือเราจะต้องพาแมวไปตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงพร้อมรับการผ่าตัด

ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 8 ชั่วโมงให้ทำการรดน้ำและงดอาหารโดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในการสำลักระหว่างวางยาสลบได้ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับพักฟื้นที่มีความสะอาดและอุปกรณ์ป้องกันไม่ให้แมวสามารถสัมผัสแผลของตนเองได้ เพียงเท่านี้แมวของเราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงปลอดภัยทั้งก่อนและหลังได้รับการผ่าตัด 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สุขภาพ

วัคซีน แมว สิ่งสำคัญที่คนเลี้ยงแมวควรใส่ใจดูแล 

การรับแมวมาเลี้ยง 1 ตัวนั้นหมายถึงค่าใช้จ่ายและภารกิจที่ตามมาอีกมากมาย เพราะเมื่อเรารับพวกเขามาเป็นสัตว์เลี้ยงแล้วย่อมต้องการให้พวกเขาอยู่กับเราไปอีกนานๆ แต่พวกเขาจะอยู่กับเราได้ไม่นานหากมีอาการป่วยโดยเฉพาะโรคร้ายแรงของแมวทั้งหลาย

สิ่งที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคเหล่านี้ได้อย่างอยู่หมัดก็คือการฉีดวัคซีนเช่นกับมนุษย์นั่นเอง วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดูกันว่าหลังรับแมวมาแล้วตัวนึงเราจะต้องพาพวกเขาไปฉีด วัคซีน แมว อะไรบ้าง 

รวม วัคซีน แมว ที่คนเลี้ยงแมวต้องทำให้ครบ 

วัคซีนแมว
  • โรคพิษสุนัขบ้า เป็นวัคซีนแมวที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อที่พบได้ทั่วไปในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และยังสามารถติดต่อมาสู่มนุษย์ได้อีกด้วย สัตว์ที่ได้รับเชื้อดังกล่าวจะมีพฤติกรรมดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นก็จะกลายเป็นอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด 
  • โรคหัดแมว เป็นวัคซีนที่ป้องกันการเกิดปัญหาแมวป่วยได้เป็นอย่างดี เพราะลูกแมวส่วนใหญ่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสดังกล่าวมากกว่าปกติ ส่งผลให้แมวมีอาการขาดน้ำ เบื่ออาหาร มีไข้ ซึม และอาเจียน หากลูกแมวมีอาการป่วยเป็นโรคนี้โอกาสที่จะรักษาหายค่อนข้างต่ำ
วัคซีนแมว
  • โรคเอดส์แมว เป็นโรคที่คล้ายคลึงกับเชื้อไวรัส HIV ที่พบได้ในมนุษย์ ทำให้ภูมิคุ้มกันภายในร่างกายบกพร่อง สามารถแบ่งออกได้เป็นถึง 5 ระยะเลยทีเดียว แต่หากสามารถพบได้เร็วและรักษาอย่างถูกวิธีก็จะช่วยยืดอายุแมวได้มากขึ้นกว่าเดิม แต่การฉีดวัคซีนป้องกันไม่ให้แมวมีอาการป่วยเป็นโรคนี้อย่างแน่นอน
  • โรคไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิดที่มีอาการป่วยแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะมีอาการเบื่ออาหาร ไอ จาม มีไข้ เจ็บปวดเนื้อตัว หากติดเชื้อไวรัสรุนแรงอาจส่งผลถึงชีวิตเลยทีเดียว
วัคซีนแมว
  • โรคลูคีเมีย เป็นมะเร็งที่สามารถพบได้บ่อยแถมยังสามารถติดต่อผ่านน้ำลาย ของเสีย หรือเส้นขนได้อีกด้วย ส่วนใหญ่มักพบว่ามีไข้สูง ท้องเสีย น้ำหนักลง หายใจไม่สะดวก 

แมวควรฉีดวัคซีนเมื่อมีอายุครบกี่เดือน 

วัคซีนแมว

หากรับลูกแมวมาดูแลตั้งแต่เป็นแมวแรกเกิดนั้นควรพามารับวัคซีนแมวเมื่อมีอายุครบ 8 สัปดาห์ ไม่ควรให้ฉีดวัคซีนทันทีหลังคลอดเนื่องจากยังไม่หย่านมแม่ที่มีภูมิคุ้มกันจึงยังไม่จำเป็นต้องฉีดแต่อย่างใด

แต่หากลูกแมวไม่มีประวัติสุขภาพแล้วรับมาเลี้ยงในภายหลัง มีอายุเกิน 8 สัปดาห์ก็สามารถฉีดวัคซีนได้ทันทีหากไม่มีอาการแมวป่วย หากรับแมวโตมาเลี้ยงและไม่ทราบประวัติสุขภาพควรกักตัวดูอาการประมาณ 2 สัปดาห์แล้วพามาพบแพทย์เพื่อวางแผนในการฉีดวัคซีนต่อไป 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สาระน่ารู้เกี่ยวกับแมว

โภชนาการอย่างไรให้ อาหารแมว เหมาะสมกับแมวของคุณ 

เมื่อเลี้ยงสัตว์สิ่งสำคัญที่เราต้องให้ความสำคัญและใส่ใจมากที่สุดอีกหนึ่งสิ่งก็คือเรื่องเกี่ยวกับ อาหารแมว อาหารเป็นตัวชี้วัดว่าสัตว์เลี้ยงของเราจะมีสุขภาพดีมากน้อยแค่ไหน หากพวกมันได้รับอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการพวกมันก็จะมีร่างกายแข็งแรงและอยู่กับเราไปอย่างยาวนาน

อาหารแมว

แต่หากสัตว์เลี้ยงของเราได้รับอาหารอย่างไม่ถูกต้องก็จะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตามมา นอกจากจะทำให้สัตว์เลี้ยงอายุสั้นแล้วยังทำให้คุณต้องเผชิญกับปัญหาการรักษาซึ่งการเข้าโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยเลยทีเดียว ศึกษาเกี่ยวกับโภชนาการอาหารของสัตว์เลี้ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับใครที่กำลังเลี้ยงแมววันนี้เราจะพาไปดูกันว่าเลือกโภชนาการอย่างไรให้อาหารแมวที่เราเลือกนั้นเหมาะสมกับแมวของเรามากที่สุดกัน

วิธีการเลือกโภชนาการ อาหารแมว ให้เหมาะกับแมวของเรา 

อาหารแมว

หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดแมวก็เป็นสัตว์เลี้ยงลูกเหมือนกับมนุษย์ดังนั้นพวกมันจึงต้องการอาหารแมวที่มีโภชนาการเหมาะสำหรับแมวโดยเฉพาะ เพื่อให้มีร่างกายแข็งแรง รูปร่างดี ขนสวยอย่างที่ควรจะเป็น สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงแมววันนี้เราก็มีเทคนิคการเลือกโภชนาการอาหารที่เหมาะสมกับแมวของเรามาแนะนำกัน โดยธรรมชาติแล้วแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ อาหารหลักของแมวจึงต้องเน้นเนื้อสัตว์เป็นหลัก สิ่งสำคัญก็คือโปรตีน รองลงมาคือบรรดาคาร์โบไฮเดรต ไขมัน แร่ธาตุ และวิตามินที่จำเป็น 

อาหารแมว
  1. ลูกแมว ควรเลือกอาหารที่มีความสะอาด มีคุณภาพ สารอาหารครบถ้วนถูกต้องตามโภชนาการเพราะมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกให้แข็งแรงตามวัย ช่วยพัฒนาภูมิคุ้มกันและสมองรวมไปถึงการมองเห็นอีกด้วย แมวที่มีอายุ 3 สัปดาห์ถึง 1 ปีจึงต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูงเป็นพิเศษ ควรเน้นแคลเซียมและฟอสฟอรัสสำหรับการพัฒนากระดูกและข้อต่อโดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนแรก และที่ขาดไม่ได้ก็คือกรด DHA ที่ช่วยเสริมสร้างสมองและการมองเห็น 
  2. แมวโตเต็มวัย หนังอย่านมและกินอาหารเม็ดได้แล้ว แมวมักจะชอบอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นเนื่องจากอาหารลูกแมวที่มีโปรตีนสูงจะมีรสชาติที่เข้มข้นจนทำให้แมวชิน แต่อย่างไรก็ตามเราจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนอาหารโดยเน้นให้มีใยอาหารสูง ปริมาณแคลอรี่ต่ำ เพื่อลดการเกิดก้อนขน ช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดี ทำให้แมวที่อยู่แต่ในบ้านไม่มีน้ำหนักเกิน เน้นแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพื่อเสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โอเมก้า 3 และ 6 จะช่วยบำรุงขนและผิวหนังให้สุขภาพดี และสารต้านอนุมูลอิสระทั้งซีลีเนียมและวิตามินเอ วิตามินอี จะช่วยเสริมภูมิต้านทานได้มากยิ่งขึ้น 

เลือกอาหารให้แมว ขั้นตอนที่ต้องพิถีพิถันเพื่อสุขภาพที่ดี 

อาหารแมว

อาหารแมวเป็นสิ่งที่คนเลี้ยงแมวต้องพิถีพิถันเป็นอย่างมากเพื่อให้แมวของเรานั้นมีสุขภาพที่ดี โดยเราจะต้องเลือกอาหารให้ถูกต้องตามแต่ละช่วงวัย มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุลตามความต้องการของแมวในแต่ละวัย สำหรับใครที่ไม่มีเวลาเราขอแนะนำให้เลือกเป็นอาหารเม็ดที่มีการคำนวณโภชนาการและความเหมาะสมของแมวมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลเกี่ยวกับอาหารของแมวมากยิ่งขึ้น 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สาระน่ารู้เกี่ยวกับแมว

แมวท้อง อีเวนท์ใหญ่ในชีวิตแมวที่ทาสต้องเตรียมตัวรับมือ 

เชื่อว่าคนเลี้ยงแมวหลายคนเวลามีแมวอยู่แล้ว 1 ตัวก็ย่อมรู้สึกว่ากลัวแมวจะเหงาเวลาพาเราไปทำงานเพราะพวกเขาต้องอยู่ตามลำพังตัวเดียว ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงซื้อแมวมาเพิ่ม แต่ปัญหาก็คือหากแมวของคุณไม่ได้ทำหมันและซื้อแมวใหม่ที่เป็นเพศตรงข้ามกันมา มีโอกาสสูงเป็นอย่างมากที่แมวตัวเมียจะท้อง กลายเป็นงานใหญ่สำหรับคนเลี้ยงแมวในทันที เราจึงจะพาทุกคนมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เป็นสัญญาณเตือนหรือว่า แมวท้อง ให้คุณได้เตรียมตัวรับมือเป็นตายายที่ดีต่อไปในอนาคตกัน 

รวมสัญญาณเตือนที่กำลังจะบอกคุณว่าแมวท้อง 

แมวท้อง
  • หลังโค้ง เมื่อแมวท้องพวกเขาจะรู้สึกหนักท้องและทำให้ตอนที่เดินอยู่นั้นมีหลังที่โก้งโค้งเป็นพิเศษ ยิ่งหากท้องของพวกเขาใหญ่และกลมโตมากขึ้นนั่นเป็นสัญญาณที่บอกได้เป็นอย่างดีว่าแมวของคุณกำลังตั้งท้องอย่างแน่นอน
  • หัวนมขยาย หลังจากที่แมวผสมพันธุ์เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วผ่านไปไม่เกิน 18 วันหากพบว่าแมวตัวเมียหัวนมมีการขยายใหญ่ขึ้นและสีเปลี่ยนไปเป็นสีแดงหรือสีชมพู มีของเหลวที่มีลักษณะคล้ายกับน้ำนมไหลออกมา เป็นสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเขากำลังตั้งท้องหรือกำลังจะเข้าสู่ภาวะซีดสัตว์
แมวท้อง
  • กินเก่งและนอนเยอะ เวลาพวกแมวตั้งท้องสุขภาพแมวของพวกเขานั้นไม่แตกต่างอะไรจากคน พวกเขาจะนอนหลับพักผ่อนมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ค่อยออกไปวิ่งสักเท่าไหร่ ไม่เพียงเท่านั้นพฤติกรรมการกินยังเปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย พวกเขาจะกินเร็วกินเยอะมากขึ้นกว่าเดิม เจ้าของต้องระวังให้ดีเพราะหากให้แมวกินอาหารมากเกินไปจะทำให้คลอดลำบากและเป็นอันตรายต่อแม่แมว
  • ทำรัง เมื่อแมวตั้งท้องใกล้จะคลอดลูกเต็มทน พวกเขาจะมีพฤติกรรมแปลกประหลาดนั่นก็คือการสร้างรังนั่นเอง พวกเขาจะเตรียมพร้อมในการคลอดลูกโดยหาบริเวณที่เงียบสงบปราศจากผู้คนอย่างเช่นในตู้เสื้อผ้าหรือซอกตู้เป็นต้น ให้เราหาผ้านุ่มๆอย่างเช่นผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัวมาทำเป็นที่รองให้กับพวกเขา เพื่อที่แมวจะได้สบายใจและคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง 
แมวท้อง
  • หวงตัว แมวบางตัวเมื่อตั้งท้องแล้วพวกเขาจะไม่ให้คนอื่นจับตัวไม่ว่าจะแมวด้วยกันเองหรือแม้แต่มนุษย์ที่เลี้ยงพวกเขามาตั้งแต่เด็กก็ตาม เกิดจากสัญชาตญาณการปกป้องลูก 

เตรียมตัวอย่างไรหากพบว่า แมวท้อง 

แมวท้อง

หากคุณพบว่าแมวท้องสิ่งที่ต้องเตรียมตัวเลยก็คือการพาแมวไปหาหมอตรวจเช็คสุขภาพแมวอยู่เป็นประจำ ในช่วงนี้ต้องดูแลทั้งเรื่องอาหารการกินและสุขลักษณะให้ดีเพื่อที่แมวจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง พยายามอย่าทำให้แมวเครียด และที่สำคัญอย่าลืมอัลตร้าซาวด์เพื่อดูว่ามีลูกแมวกี่ตัว เมื่อพวกเขาคลอดเราจะได้รู้ว่ามีลูกแล้วตกค้างอยู่ในท้องที่คลอดไม่ออกแล้วต้องพาไปหาหมอหรือไม่ 

อ่านบทความอื่นๆ:

Categories
สุขภาพ

ทำหมัน แมว หนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพให้กับแมวแต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยง 

มนุษย์ธรรมดาทั่วไปเมื่อป่วยจนต้องได้รับการผ่าตัดเราต่างทราบกันดีว่าการผ่าตัดนั้นล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบตามมาไม่มากก็น้อย แล้วนับประสาอะไรกับแมวที่เป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ดังนั้นการ ทำหมัน แมว ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืนและปลอดภัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงแต่อย่างใด เพราะขึ้นชื่อว่าการผ่าตัดอย่างไรก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น เราจึงจะพาทุกคนไปดูกันว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทำหมันให้กับแมวจะมีอะไรกันบ้าง 

รวมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการ ทำหมัน แมว

ทำหมัน แมว
  • ผลข้างเคียงจากยาสลบ การทำหมันแมวเป็นการดูแลสุขภาพแมวที่หลายคนเลือกทำเนื่องจากช่วยปรับพฤติกรรมให้กับแมวได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดนั้นจำเป็นต้องใช้ยาสลบซึ่งไปกดการทำงานของทั้งหัวใจและปอดซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นน้อยเพราะจะมีการตรวจสุขภาพก่อนการผ่าตัดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเสียทีเดียวแต่อย่างใด 
  • สำลักขณะสลบ เมื่อสรุปแล้วไม่ว่าจะมนุษย์หรือแมวต่างสูญเสียความสามารถในการกลืนทั้งสิ้น ดังนั้นหากคนเลี้ยงแมวไม่ได้ทำการอดน้ำหรืออดอาหารตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด มันจึงมีความเสี่ยงไม่น้อยเลยทีเดียวที่แมวจะสำลักน้ำหรืออาหารที่รับประทานเข้าไปก่อนเข้าห้องผ่าตัดเนื่องจากของเหล่านั้นไหลขึ้นมาจากกระเพาะสู่ปอดนั่นเอง 
ทำหมัน แมว
  • ปัญหาเกี่ยวกับแผลผ่าตัด หากดูแลแผลผ่าตัดไม่ดีหรือมีความผิดพลาดตั้งแต่ขั้นตอนการผ่าตัดแผลผ่าตัดอาจมีปัญหาได้ไม่ว่าจะเป็นมีเลือดออก หากติดเชื้ออาจมีน้ำหนองไหลออกมา รอยเย็บจะมีความบวมและเป็นจ้ำแดงมากขึ้นกว่าเดิม มีพฤติกรรมเดินหลังค่อม แต่โดยปกติแล้วสัตวแพทย์จะป้องกันด้วยการให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้ออยู่แล้ว 
  • ท้องผูก หลังจากผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อยแล้วแมวต้องเผชิญกับความเครียด ความเจ็บปวด ดังนั้นพวกเขาจึงมักจะไม่ค่อยรับประทานอาหารสักเท่าไหร่ มันจะเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมแมวจึงมักท้องผูกอยู่เสมอเมื่อมีอาการเจ็บป่วย ให้เราสังเกตให้ดีหลังผ่าตัดตั้งแต่ 48 ถึง 72 ชั่วโมงว่าแมวมีการถ่ายอุจจาระหรือไม่ หากแมวไม่ขับถ่ายเลยให้ปรึกษาสัตวแพทย์โดยด่วนเพราะอาจมีอาการแทรกซ้อนได้

พฤติกรรมแมวคุณอาจเปลี่ยนไปหากพาพวกเขาไปทำหมันให้แมว 

ทำหมัน แมว

การทำหมันแมวเป็นการดูแลสุขภาพแมวแถมยังช่วยปรับเปลี่ยนนิสัยให้พวกเขากลับมาอยู่ในร่องในรอยเหมือนกับสมัยยังเป็นเด็กอีกครั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกตัวแต่อย่างใด แมวบางตัวอาจมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เป็นแมวที่เรียบร้อย กินเยอะ ดูอวบอั๋นมากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่แมวบางตัวนั้นก็ยังคงมีระบบเผาผลาญที่ยอดเยี่ยม ยังคงวิ่งไล่ได้ตามปกติ แถมอาจจะยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวอีกด้วย ซึ่งเกิดจากนิสัยของพวกเขาไม่ใช่ผลจากการทำหมันแต่อย่างใด 

อ่านบทความอื่นๆ: